แผนการตลาด ด้วย Social Media Marketing

Social Media Marketing (SMM) หรือการทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ กันก่อนดีกว่าว่าคืออะไร

โดย Social Media Marketing หรือการทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ ก็คือการนำเสนอสินค้าและบริการผ่านช่องทางของสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งถือเป็นการปรับกลยุทธ์การทำตลาด เพื่อให้เข้าถึง และเหมาะสมกับพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในปัจจุบันมากที่สุด

Social Media Marketing คืออะไร?

Social Media Marketing (SMM) หมายถึง การทำการตลาดบนสื่อออนไลน์ เพราะนอกจากคนส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้ง่ายแล้ว ยังพบสถิติการใช้ที่สูง เกือบจะตลอด 24 ชั่วโมงเลยด้วย ทำให้เกิดข้อดีของการทำ Social Media Marketing นั่นคือการเข้าถึงกลุ่มบุคคลที่สนใจในตัวสินค้หรือบริการแบบตัวต่อตัวโดยที่เจ้าของกิจการสามารถพูดคุยหรือสอบถามข้อมูลผ่านทาง Social Media ได้เหมือนผู้ซื้อได้พูดคุยสอบถามข้อมูลกับเจ้าของร้านโดยตรง

โดยรวมแล้วหมายความว่า Social Media Marketing ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดผ่านการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง เพื่อติดต่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ใช้ทั้งหลักการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การขาย ผ่านผู้ให้บริการด้านโซเชียล โดยเจ้าของธุรกิจสามารถค้นหา วางแผนกิจกรรม เพื่อนำบริการเหล่านี้มาเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจของตัวเอง

วิธีการสร้าง แผนการตลาด

  1. ทำความเข้าใจว่าลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะอะไร
    สิ่งที่คุณไม่ควรลืมก็คือ การทำความเข้าใจว่าลูกค้าของคุณนั้น ตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณเพราะอะไร พวกเขาซื้อเพราะต้องการตอบสนองความต้องการของตัวเอง ซื้อเพราะมีบุตร ซื้อเพราะมีสัตว์เลี้ยง หรือซื้อเพราะมีผู้สูงอายุกันแน่ เพราะหากคุณรู้ว่าลูกค้าของคุณตัดสินใจซื้อสินค้าสักชิ้นเพราะอะไร สิ่งเหล่านี้จะสร้างผลดีให้กับการสร้างแผนการตลาดที่คุณจะนำไปใช้ในอนาคตอย่างแน่นอน

  2. กำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้โซเชียลมีเดีย รวมทั้งการใช้ KPI ในการวัดผล
    การกำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้สื่อโซเชียลมีเดียนั้น คุณจำเป็นจะต้องทำให้สอดคล้องกับแผนการตลาดของคุณด้วย เพื่อทำให้การใช้ KPI (ตัวชี้วัดประสิทธิของภาพงาน) ดำเนินการไปอย่างง่ายดาย ส่วนการวัด KPI นั้นคุณสามารถทำได้ด้วยการนำวัตถุประสงค์ และแผนการตลาดของคุณมาเป็นตัวชี้วัดผล เมื่อถูกใช้งานจริงกับโซเชียลมีเดียที่คุณได้เลือก ว่าจะมีผลตอบรับอย่างไรบ้าง

    ทั้งนี้คุณสามารถทำการวัดประสิทธิภาพของงาน โดยการนำผลลัพธ์ที่ได้มาประเมินเป็นความสำเร็จ โดยอาจใช้ค่าความสำเร็จจากที่คุณได้ตั้งไว้ หรือการใช้วิธีคำนวณผลจากการกระทำต่างๆ บนโซเชียลมีเดียที่คุณได้เลือกใช้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกใช้ Facebook คุณก็สามารถใช้จำนวนสมาชิกในเพจของคุณเป็นตัวชี้วัดประสิทธิของภาพงานได้ โดยการนำจำนวนผู้ที่กดไลค์ กดแชร์ หรือซื้อสินค้าของคุณ มาเปรียบเทียบออกมาเป็นอัตราส่วน เพื่อให้ทราบถึงอัตราความสำเร็จที่คุณได้ทำไปนั่นเอง

  3. เลือกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

    การเลือกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการทำตลาด เพื่อให้สินค้าและบริการสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด โดยคุณสามารถสำรวจหากลุ่มเป้าหมายจากการดูข้อมูลประชากรบนแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพศ ช่วงอายุ ที่อยู่อาศัย อาชีพ และความสนใจได้ก่อนการตัดสินใจว่าคุณจะทำการตลาดบนแพลตฟอร์มนั้นหรือไม่ ก่อนที่คุณจะเสียเวลาในการทำการตลาดที่ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

    ยกตัวอย่างการหากลุ่มเป้าหมายจากการสำรวจสถิติผู้เข้าใช้งานจากแพลตฟอร์ม Facebook ที่มีผู้เข้าใช้งานอยู่ที่ 47 ล้านคนในประเทศไทย เฉลี่ยช่วงอายุของผู้ใช้งานจะอยู่ที่ 18 – 34 ปี และยังพบอีกว่าเพศชายมีการใช้งานเฟสบุ๊คมากกว่าเพศหญิง จากข้อมูลทางสถิติทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จะช่วยให้คุณสามารถเลือกได้ว่า กลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ในแพลตฟอร์มนี้หรือไม่ ถ้าใช่คุณก็สามารถทำการตลาดแพลตฟอร์มนี้ได้เลย แต่ถ้าหากไม่ใช่ คุณก็ต้องสำรวจหาแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่กลุ่มเป้าหมายของคุณไปรวมตัวกันให้ได้เพื่อทำการลงทุนทำการตลาด ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด

  4. รีเสิร์ชหัวข้อคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

    ขั้นตอนต่อไปของคุณก็จะเป็นการหาหัวข้อคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยการดูว่ากลุ่มลูกค้าของคุณเป็นใคร พวกเขาเหล่านั้นต้องการอะไร โดยคุณอาจใช้วิธีการสำรวจด้วยการสร้างโพสต์เพื่อสอบถามความต้องการของลูกค้าบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น เฟสบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ของคุณว่าลูกค้าต้องการเนื้อเรื่อง หรือเนื้อหาแบบไหนสำหรับการโพสต์แต่ละครั้งของคุณ หรือคุณจะเลือกดูคู่แข่งของคุณว่าพวกเขาเหล่านั้นทำคอนเทนต์แบบไหน โดยที่คุณสามารถเอาข้อมูลที่ได้มาเป็นแนวทางในการสร้างคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ แต่คุณไม่สามารถไปลอกคอนเทนต์หรืองานของคู่แข่งได้

  5. วางแผนการเขียนคอนเทนต์ประจำเดือน

    สิ่งต่อมาที่คุณควรทำก็คือ การวางแผนการเขียนคอนเทนต์ประจำเดือน เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดในการลงเนื้อหา และทำให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น เช่นหากเดือนนี้คุณต้องการลงบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตลาด สิ่งที่คุณต้องเตรียมไว้ ก็อาจจะเป็นการสร้างหัวข้อให้กับคอนเทนต์ของคุณ โดยพิจารณาจากคำ หรือข้อความที่มีผู้ค้นหามากที่สุด และการเตรียมข้อมูลเนื้อหาของบทความบางส่วน อาจทำออกมาในรูปแบบของตาราง ไว้สำหรับลงบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเขียนคอนเทนต์ประจำเดือน โดยมีรายละเอียดคร่าวๆ ที่ควรระบุไว้ในตารางนั้นเช่น วันที่ ที่ได้ลงมือทำงาน หรือวันที่ ที่ทำการเผยแพร่บทความ ช่องทางที่ได้ทำการเผยแพร่บทความออกไป สถานะของบทความว่าได้ทำการเผยแพร่ไปหรือยัง หรือใครเป็นผู้ที่จัดทำบทความนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นการวางแนวทางการเขียนคอนเทนต์ ให้เกิดความรวดเร็ว และป้องกันการสับสนหากมีผู้จัดทำคอนเทนต์หลายคน

  6. สร้างความผูกพันไว้ใจกับตัวลูกค้า
    คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการพูดคุย กับลูกค้าของ ตามสื่อโซเชียลมีเดียที่คุณได้เลือกเข้าไปทำการตลาด อาจเริ่มต้นด้วยการพูดคุยกันผ่านช่องแสดงความคิดเห็น หรือการคุยผ่านระบบข้อความที่สามารถสื่อสารกันได้โดยตรง และเป็นส่วนตัว ยิ่งคุณได้พูดคุยกับกลุ่มลูกค้ามากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ของคุณกับกลุ่มลูกค้าก็จะดีขึ้นมากเท่านั้น และนอกเหนือจากการพูดคุยก็ยังมีวิธีอื่นที่สามารถ สร้างความผูกพัน และไว้ใจให้กับตัวลูกค้าได้อีก นั่นก็คือ การเปิดเผยตัวตนธุรกิจของคุณให้ชัดเจน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การทำให้ลูกค้านั้น ทราบถึงที่มาของธุรกิจ การดำเนินงานของธุรกิจ หลักการและแนวคิดในการทำธุรกิจ และใครเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ เมื่อลูกค้าได้ทราบถึงข้อมูลเหล่านี้จะยิ่งทำให้ ความไว้ใจที่มีต่อธุรกิจของคุณเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

การตลาด สุดยอด